วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Thai idol star-Mazifa Gale-Bikini Show

ars Unseen No.68 Model > Mazifa Gale 
Photographer > Anuchit Nimtalung 
Photographer Assist. > Natipol Kaewkamol











ซ้อเจ็ด คุ้ยประวัติแหม่ม ก่อนจาก

บทความข้างล่างเป็น ของซ้อเจ็ด จาก เวป ผู้จัดการ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9480000123043&CommentPage=49&#Comment

ระยะนี้มีคนคิดถึงซ้อเจ็ดบ่อยซะเหลือเกิน อาทิตย์ที่แล้วยายช้างลากฯ ก็ ออกมาขอโทษขอโพย โอ๊ย....ไร้สาระสิ้นดี จะมาขอโทษซ้อทำไมกัน ซ้อเองก็ไม่ใช่คนดีมาจากไหน แค่อยากจะให้ทุกคนเข้าใจใน “หน้าที่” ของแต่ละคนเท่านั้น น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า มรึงบ้างกรูบ้างแบ่งๆ กันไป

มาสัปดาห์นี้ “น้องหน้าใส” ก็ออกมาล่อซ้อซะเละ หาว่าอีชั้นตอแหล แหม...ถ้าจะแหลก็แหลเหมือนกันแหละว๊า เอาแค่ประวัติ “พ่อ” ตัวเองยังปั้นเรื่องหลอกชาวบ้านเลย โถ่...ทำเป็นคุยมีพ่อเป็นนักข่าว นักข่าวอะไรกันก็แค่อดีตคนคุมแท่นพิมพ์ที่ขี้ฉ้อจนต้องโดนเด้งไปทำมาหากินอยู่ที่ราบสูงภาคอีสานโน่น

ไปอยู่นั่นก็ยังไม่วายไปโกงเค้าอีก สุดท้ายก็เลยโดนเฉดหัวออกจากงาน หันมารับหน้าที่พ่อเล้าพาลูกไปตระเวนขายให้ผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ขายเท่าไหร่ก็ขายไม่ออกเพราะหน้าแบนยังกะโดนสิบล้อทับ จนในที่สุดต้องวิ่งเร่ไปหาหมอผ่าเหมาทั้งหน้า อาชีพไซด์ไลน์ก็เริ่มขึ้นนับจากนั้นเป็นต้นมา

ด้านน้องหน้าใสเองก็แสบไม่ใช่เล่น สมัยเข้าวงการใหม่ๆ เคยไปแคสงานโฆษณาชิ้นหนึ่งกับเพื่อนรัก ต่อสู้ฝ่าฟันจนผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยกัน พอถึงวันแคสจริงกลับหักหลังเพื่อนหลอกว่า เค้าเลื่อนวันแคส แล้วตัวเองก็แหลนไปแคสเอง จนได้โฆษณาชิ้นนั้นไปครองในที่สุด

และยังมีอีกหลายเรื่องที่ขุดออกมาแล้วจะหนาว แต่วันนี้ต๊ะไว้ก่อน เอาไว้วันหลังจะแวะมากัดใหม่ อิอิอิ
..........

กลับมาที่เรื่องนางฟ้ากันบ้างดีกว่า และแล้ว “นางฟ้า” ก็ตกสวรรค์เข้าจนได้ งานนี้บอกได้คำเดียวว่า “เสียหมา” และก็เสียใจแทนคนไทยซะจริงๆ ที่อุตส่าห์หลงปลื้มอยู่ได้ ทุกครั้งที่นางฟ้าออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา ก็จะมีเสียงเชียร์จากชาวบ้านดังออกมาเสมอ เพราะรักและเชื่อใจคิดว่าคนสวยจะซื่อสัตย์กับประชาชน สุดท้ายก็แค่ “สาวแก่ใจแตก” นี่แหละว้า

อะไรไม่หน้าด้านเท่าการทำหน้าระริกระรี้แจ้งข่าวดี คิดว่าประชาชนเป็นควายหรือไงเฮ๊อะ !!

ยอมรับมาซะตั้งแต่ทีแรกก็สิ้นเรื่อง ใครมันจะไปว่าอะไร๊ แก่ขนาดนี้แล้วจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรก หรือมีผัวอีกซักสองโหลมันก็เป็นเรื่องธรรมดา(ของคนแรด) ถ้าไม่โกหกชีวิตก็คงไม่บัดซบขนาดนี้

ที่ทุเรศที่สุดก็คือ พฤติกรรมเส้นใหญ่ จัดฉากให้คนออกมายกย่องว่า นี่คือวีรกรรมอันกล้าหาญ ตุ๊ย....กล้าเอาน้ำเข้ารูนี่นะเจ๋ง ประเดี๋ยวก็มอบโล่ให้ซะหรอก….

นี่แหละน้าคือแบบอย่างของคนปากแข็ง แต่ไม่มีสมอง อุตส่าห์เรียนจนจบปริญญา แต่ก็ยังโง่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง โง่ไม่รู้จักการปฏิสนธิ มันน่ายึดใบปริญญาคืนนักเชียว


หันมาดูพฤติกรรมของนางฟ้าที่ผ่านมาก็แรงไม่ใช่เล่น ตอนเป็นสาวคบกับลูกกัปตัน เข้าวงการสอยพระเอก ไปเรียนดำน้ำก็ไปฟาดกับครูสอนดำน้ำ ล่าสุดก่อนเหม็นโฉ่ก็เคยไปให้ “คนใหญ่คนโต” เปิบพิศวาสที่โรงแรมสุโขทัย โดยมีคุณหญิงเมียเป็นผู้จัดให้

อันนั้นน่ะแค่จ็อบเล็กจ็อบน้อย ไอ้งานหลักที่ทำประจำก็คือ การออกเดทกับไฮโซตามความประสงค์ของ “คุณนายแม่” ที่อยากให้ลูกได้ผัวรวย “ไอ้หนุ่มหัวเถิก” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แรกๆ ทำท่าจะมาวินซะแล้วเชียว เพราะเห็นครอบครัวฝ่ายชายเที่ยวไปประกาศซะทั่วว่า กำลังจะได้ลูกสะใภ้เป็นคนดัง งานนี้มีการกำหนดวันตบวันแต่งเรียบร้อยแล้ว แต่พักหลังมี “ลูกเสธ.” เข้ามาติดพัน นางฟ้าก็เลยเปลี่ยนใจทิ้ง “ไอ้หนุ่มหัวเถิก” ไปตอนสึนามิ ทำเอาว่าที่แม่ผัวหน้าแตกยับ

หันมาคั่วลูกเสธ. ขยำขยี้กันได้ไม่กี่เดือนก็เกิดแอ็กซิเดนต์ ทำเอาฝ่ายชายต๊กกะจายชักกระบวยกลับ แล้วก็หายวับไปกับตา


เจอเข้ามุกนี้นางฟ้าถึงกับใบ้แดก คิดไม่ตกว่าจะกู้หน้าตัวเองยังไงดี พอตั้งสติได้ก็เลยตรงดิ่งเข้าไปหาไอ้หัวเถิกเจ้าเก่า พร้อมกับแจ้งข่าวดีแบบหน้าใสซื่อ(เหมือนเดิม) เล่นเอาฝ่ายชายถึงอึ้งไปพักใหญ่ แต่ด้วยความที่ทั้งรักทั้งหลงนางฟ้ามาก ก็เลยยอมให้สนตะพายแต่โดยดี

แม่ผัวรู้ถึงกับควันออกหู ยืนกรานสถานเดียวว่าไม่เอา หนอย ทีอยากให้แต่งดันไม่แต่ง พอทำงามหน้ากลับอยากขึ้นมาซะงั้น งานนี้ก็เลยต้องเล่นกันให้อายไปเลย ปฏิบัติการแหกตาระดับชาติก็เลยเริ่มขึ้นนับจากนั้นเป็นต้นมา

“เจ๊ใหญ่” เจ้าของบริษัทดังโดนหลอกเป็นเจ้าแรก งานนี้มีการหลวมตัวถึงขั้นจัดฉากเชิญ “คุณป้าซูเปอร์สตาร์” มาช่วยกันตอแหล สร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้มากโข แถมยังมีหน่วยงานองครักษ์พิทักษ์นางฟ้าคอยตามสกัดอีกด้วย ถ้าใครหาญกล้าวิจารณ์นางฟ้า ก็จะมีมือดีส่ง “กะหรี่พัฟ” ไปให้ถึงที่ โดยไม่มีการลงนามว่าจากผู้หวังดีท่านใด

แต่ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม ขอบอกว่า แต๊งกิ๊วหลายเพราะมันอร่อยมาก ไม่ทราบว่าผลิต “กะหรี่ฯ” เองหรือเปล่าจ๊ะ...

“คุณหนูไฮโซ” เจ้าของค่ายดังผู้ปลุกปั้นนางฟ้าก็โดนต้มซะเละ ก่อนติดต่อมาร่วมงานก็มีการซักถามแล้วว่าเรื่องมันเป็นไง แต่ยายนางฟ้าก็ยังยืนท้องโตรับประกันว่า No สถานเดียว

พอเริ่มงานกันไปได้ซักพักไอ้อาการบวมก็ยังไม่หาย ไม่ทราบว่าไปกินควายมากี่ตัว สุดท้ายก็เลยต้องเบรกการทำงานซะงั้น เล่นเอาป่วนกันทั้งทีม

ในที่สุดนางฟ้าก็เลยอั้นไม่อยู่บินไปต่างประเทศหวังจะไปแทงให้ออก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สำเร็จ โชคยังดีที่ไอ้หนุ่มหัวเถิกไปทรพีทะเลาะกับแม่จนชนะ นางฟ้าก็เลยได้มีหน้ามีตาออกมาสร้างภาพตอแหล แต่จะมีโอกาสได้ชูคอใส่ชุดขาวเข้าพิธีวิวาห์หรือเปล่า อันนี้ก็ต้องขึ้นกับผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าผลออกมา “ไม่” ก็จะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ที่สำคัญขนาดออกมาบอกเล่าแจ้งให้ทราบกันขนาดนี้ "นางฟ้า" ของเราก็ยังไม่วายทิ้งนิสัยความแหลของตนเองเพราะมีข้อมูลใหม่ที่อาจจะลึกแต่ไม่ลับ ซุบๆ ซิบๆ ออกมายืนยันว่า ไอ้ที่ลอยหน้าลอยตาจีบปากจีบคอบอกว่า 4 เดือน 5 เดือนอะไรนั่นน่ะมันใช่ที่ไหน

ของจริงล่อเข้าไป 7 - 8 เดือนแล้วโว้ย!

บื้อขนาดนับเลขผิดแบบนี้นี่เองไม่แปลกใจเลยแอ็กซิเดนต์มันถึงได้เกิดขึ้น

น่าสงสารที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกิน “แม่ของนางฟ้า” พอทราบข่าวลมแทบใส่ อุตส่าห์วาดฝันกับลูกไว้นักหนาว่าจะต้องเริ่ด ผู้ชายผ่านมากี่คนก็ไม่ให้เอา ลูกสาวอีชั้นจะต้องได้ทุกอย่าง สุดท้ายก็ได้ทุกอย่างจริง ๆ ทั้งอัปยศ ทั้งอดสู ขายขี้หน้าครบเซ็ต

ตรงกันข้ามกับ “ลูกชาย” ที่หวงไม่อยากให้เสียอะไรให้ผู้หญิง ขนาดแหวนวงเดียวก็ไม่ยอมให้ เค้าอุตส่าห์เ – ากันมาตั้งหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมให้แต่งงานกันซักที

พลิกดูประวัติ “เมียลูกชาย” ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย เป็นแค่เด็กใจแตกบินไปชุบตัวที่เมืองนอก อ้างว่าไปเรียนที่ไหนได้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารไทยชื่อดังที่โน่น ซึ่งร้านนี้ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องเด็กเสิร์ฟว่าต้องสวยต้องเซ็กซ์ มีแต่เด็กปรี๊ดปร๊าดเท่านั้นแหละถึงจะได้เข้าไปวาดลวดลายการเสิร์ฟอย่างถึงพริกถึงขิง!!

สมัยอยู่เมืองนอกก็เคยคั่วกับลูกไฮโซ พอกลับมาเมืองไทยก็ไปตกถังข้าวสารนายแบบไฮโซเจ้าของกิจการร้อยล้าน ต่อมาก็ชิ่งไปหาลูกเสี่ยเจ้าของห้างไฮโซ และเจ้าของโปรเจ็กต์ยักษ์ย่านสยาม

เห็นประวัติว่าที่สมาชิกใหม่บ้านนี้แล้วก็ปวดหัวแทนคุณนายเค้าซะ

จริงๆ งานนี้ทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากทำใจ เลือกนักก็มักได้แร่แบบนี้แหละ

คนเราไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์ไปหมดหรอกน่า คุณนายเองเมื่อก่อนก็ขายเครื่องสำอางอยู่ห้าง มีตอนหลังนี่แหละที่เพิ่งจะวาสนาดีได้ไปทำอาชีพที่ผู้หญิงทุกคนฝัน จนกระทั่งไปได้ผัวอินเตอร์ และเบ่งลูกออกมาหน้าตาดีก็เลยสบายไปเลย

จะว่าไปแล้วลูกของอีก็ได้ใจเหมือนกันนะ สร้างเนื้อสร้างตัวกตัญญูต่อพ่อแม่ แต่ไม่น่าพลาดเพราะเรื่องแบบนี้เลย ไอ้โอกาสที่จะกลับมาสง่างามแบบเดิมมันลางเลือนเต็มทีแล้วล่ะ ไม่ต้องดูอะไรไกล ดูแต่คนรอบข้างสิ พอรู้ข่าวก็ออกมาใส่กันเป็นชุด

น่าผิดหวังสุดๆ เห็นจะเป็น “คุณป้าซูเปอร์สตาร์” ที่นางฟ้ารักนักรักหนา ก็ยังเอาเรื่องนี้ไปล้อเลียนเห็นเป็นเรื่องขำๆ แหม....ทีเมื่อก่อนออกมาปกป้องกันดีนัก พอทีนี้ล่ะป้ายขี้เชียว

โถ่เอ๊ย.....ทีตัวเองล่ะ แดกน้ำมะระขี้นกปั่นเพื่ออะไร อย่าบอกนะว่าเพื่อความงาม ในสารระบบโลกนี้ไม่มีสูตรไหนที่บอกว่าแดกมะระแล้วหน้าจะเด้งดึ๋ง ๆ เห็นแต่เค้ากินเพื่อรักษาเอดส์เท่านั้นแหละโว้ย !!?

ว่าแต่ว่าเป็นเอดส์จริงหรือเปล่าตัวเอ๊ง...

ปล...ความคิดเห็นที่ 2413 ของกระทู้ดังกล่าว ตาม WEB

ยายช้างลาก...................แหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา
น้องหน้าใส.....................แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์
ลูกกัปตัน.......................ยุทธ ภมรมนตรี (บุตรชายคุณโยธิน ภมรมนตรี อดีตกัปตันการบินไทย)
พระเอก.........................แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง
นางฟ้า..........................แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช
ไอ้หนุ่มหัวเถิก.................บีบี๋-สงกรานต์ กระจ่างเนตร
คุณนายแม่.....................คุณยุรภรณ์ แมคอินทอช
ลูกเสธ. ........................ก้อง-กมลสุทธิ์ ทัพพะรัสี หรือ ยอด –ศิริวัฒน์ ขจรประสาสน์
(เราว่าน่าจะเป็นลูกเสธ.หนั่นมากกว่านะ เพราะดร.กร ทัพพะรังสีไม่ได้เป็นเสธ.ซะหน่อย)
เจ๊ใหญ่..........................นิด-อรพรรณ (พานทอง) วัชรพล
คุณหนูไฮโซ...................บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ
ลูกชาย..........................วิลลี่-เริงฤทธิ์ แมคอินทอช
เมียลูกชาย.....................เยลหลี-เยอราดีน ริคอร์เดล
...เราเคยอ่านหนังสือขวัญเรือนเมื่อประมาณสิบปีมาแล้วเยลหลีมีแฟนเป็นนายแบบหนุ่มลูกครึ่งใส่แว่นตา ถ่ายลงปกและลงคอลัมน์ขวัญเรือนด้วย แต่เราจำชื่อไม่ได้อ่ะ
นายแบบไฮโซ ................ปราชัญ โมกขะเวส (เขาเป็นใครเหรอ)
คุณป้าซุปเปอร์สตาร์.........เบิร์ด-ธงชัย แมคอินไตย

“อีโย่งหน้าเหลี่ยม” กับดาราจอมแรด/ซ้อเจ็ด อ่านขำ

ช่วงนี้จะไปไหนต้องมองซ้ายมองขวา เพราะกลัวว่าจะโดนอุ้ม ถ้าอุ้มไปทำเมียก็ยังพอว่า จะกี่อันๆ ก็รับได้ทั้งนั้นแหละค่า แต่นี่จะอุ้มไปยิงทิ้ง ใครมันจะโผล่หน้าไปให้เห็นล่ะว้า 55555555
       
        อยากจะออกมาท้าอะไรก็ท้าไปเหอะ จ้างให้ก็ไม่โผล่ไปให้เห็นหัวหรอก จำไว้เน้อ...จะทำให้ซ้อฮึดออกมาป๊ะหน้ามันยาก... คนอย่างซ้อหยามได้แต่ฆ่าไม่ได้โว้ย!
       
        ล่าสุด นี่ก็มีคนประกาศล่าให้ค่าหัวซ้อเป็นสิบๆ ล้าน เห็นแล้วน้ำยายหก....แต่งผัวฝรั่งยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้ บอกตามตรง “ไอ้ตี๋น้อย” ถ้าอยากเจอซ้อไม่ต้องไปเสียเงินตามหาอีชั้นให้มันเมื่อยหรอกค่ะ แค่ทำตัวบัดซบ มั่วกาม อาวไม่เลือก ทั้งพี่ทั้งน้อง ทั้งป้า ทั้งป๋า แค่นี้อีซ้อก็จะตามไปส่องทุกหลืบแล้วล่ะค่ะ
       
        พูดง่ายๆ พอรู้เรื่องอัปรีย์มาทีไร ปากมันก็พานอัปมงคลเที่ยวเอาไปโพนทะนาทู๊กที
       
        แหม....ก็ปากมันไม่มีหูรูดเหมือนตูดนี่ยะ
        ..........
        ข่าวช่วงนี้ต้องยอมรับว่า ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา ประเภทไปตบ ไปเมา แล้วก็ทำประเจิดประเจ้อเป็นตัวอย่างไม่ดีแก่เยาวชนเนี่ยก็หายไปเยอะ ไอ้ซ้อเองก็แปลกใจว่าเดี๋ยวนี้คนเหล่านี้มันคิดได้-ใฝ่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมกันแล้วหรือ

       
        คำตอบคือไม่ใช่ย่ะ...หากแต่มีแหล่งมั่วสุมแห่งใหม่ที่ปลอดภัยกว่า
       
        สถานที่แห่งนี้กลางวันก็เป็น “ร้านอาหารประเภทชิมไปแต่งไป” แต่พอกลางคืนจะกลายร่างเป็น “ผับแอนด์ซ่อง” โดยมี “ไฮโซนักซิ่ง” กับ “เมียนางเอก” ผัวเมียจอมแสบเป็นผู้ควบคุมการผลิต เอื้อเฟื้อทั้งสถานที่และจัดหายามาให้อัปกันอย่างเมามัน
       
        ยาที่นี่มีเกือบทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเสี้ยนและกระเป๋าตังค์ว่าโตแค่ไหน...จะไม่มีอย่างแน่นอน ก็คือ “ยาหม้อ” แต่ถ้าหม้อฟรีๆ ที่พร้อมจะออกไปกับคนกระเป๋าหนักน่ะมีแน่ๆ
       
        ผัวเมียคู่นี้ชอบจัดปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ วันๆ ไม่ทำซากอะไรหรอก จ้องแต่จะเฮมันลูกเดียว ทุกค่ำคืนจะมีเหล่าดาราหมุนเวียนมามั่วกันเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้กันแล้วว่า ถ้าอยากสวิงกันโดยไม่มีขอบเขตก็ต้องมาที่นี่ อย่างขาประจำก็เช่น “นางแบบผิวสีน้ำผึ้ง” ที่ชอบทำจุกกระจายบนแคตวอล์ก เมื่อครั้งที่ถูกนักร้องมาดเซอร์ฟันแล้วทิ้ง ก็ได้ “น้องไอซ์” กับ “น้องโค้ก” นี่แหละช่วยปลอบใจอยู่ตั้งนาน กว่าจะลืมหน้าผัวเก่าก็เล่นยาหมดไปหลายแสน...
       
        ฟังแล้วก็ปวดหัว ถ้ามีผัวแล้วมันยุ่งยากขนาดนี้ สู้อยู่เป็นโสดเอานมข้นหยดใส่ JIM ให้แมวเลียเล่นดีกว่ามั้ง 5555555
       
        (โค้กเนี่ยหมายถึงยานะจ๊ะ...ไม่ใช่หมายถึงขวดโค้กที่จะเอามากระทุ้งแก้เหงารู)
       
        “น้องกวยจั๊บ” กับ “นางเอกหน้าปลาบู่” อดีตหวานใจ “พระเอกไฮโซผิวคล้ำ” ก็แทกทีมกันมาสวมนอแรดอยู่เป็นประจำ พออ่อยไปอ่อยมา “ผัวแก่นางเอกชื่อดัง” ก็มาติดรสชาติน้องกวยจั๋บจนยกซดไปหลายชาม เล่นเอาหลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว จนเป็นเหตุให้ “นางเอกตาส่อนชื่อดัง” ถึงขั้นร้องหง่าวๆ หันไปคว้าฉิ่งมาตีฉั่บๆ ประชดชีวิตเสียเลย
       
        “คู่ผัวเมียเครื่องดนตรีดีดได้” ก็มามั่วยาปลุกอารมณ์ลูบๆ คลำๆ ก่อนกลับบ้านไปทำลูก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีปัญญาป่องซักที เช่นเดียวกับคู่ของ “ไฮโซนักซิ่ง” กับ “เมียนางเอก” ที่อยากมีลูกใจจะขาด แต่ก็ไม่มี ตอนนี้ก็เที่ยวไปบนบานไม่รู้กี่วัดต่อกี่วัด
       
        ไม่ต้องวิ่งแร่ดไปบนวัดไหนหรอก เล่นอัปยาถี่อย่างนี้เด็กที่ไหนมันจะมีปัญญามาเกิด อสุจิมันเจอกรดในยาเข้าไปหางมันก็ขาดหมดแล้ว จะเหลืออะไรไปทะลวงรังไข่ละเว้ย!!
       
        จะมีก็แต่ “ลูกกรอก” กับ “ไส้กรอก” เท่านั้นแหละที่จะหลุดจากหว่างขา
       
        ทางที่ดีควรเลิกอัปยาซะเถอะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว เงินก็มีล้นฟ้าน่าจะเอาไปทำประโยชน์เพื่อสังคมบ้าง เผื่อกุศลผลบุญจะส่งให้อีหนูหรือไอ้หนูน้อยมันแคล้วคลาดจากยาหลุดออกมาเป็นตัวซักที
        .....
        อีกคู่ที่มาร่วมวงมั่วอยู่บ่อยๆ ก็คือ “อีน้องหน้าเหลี่ยม” กับ “คนลืมชื่อพ่อ” ผัวสุดที่เลิฟของ “คุณป้าหน้ากะเทย” รายนี้มาทีไรมีเรื่องให้เมาท์กันน้ำ (ลาย) แตกกันทุกที
       
        ประวัติใต้สะดืออีน้องคนนี้มันต้องเรียกว่าโคตรกาม ตั้งแต่เป็นสาวตั้งเต้ากระทั่งโดนขยำจนปัจจุบันนมบูดกลายเป็น “โยเกิร์ต” ก็ยังไม่หยุดเรื่องฉาวโฉ่ ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง ไม่มียั่น
       
        ขณะที่ฝ่ายชายก็แรงไม่แพ้กัน หลังสร้างพฤติกรรมมันๆ ให้คนขำตลอด เพราะชอบไปถามใครๆ อยู่เรื่อยว่า มึงรู้มั้ย กูลูกใคร ?? พฤติกรรมเรื่องฟันดาราก็มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไล่มาก็ “นางแบบจอมเชิด” ที่ขึ้นชื่อเรื่องขี้วีน รายนี้นอกจากจะไปเฝ้ากันถึงสนามแข่งรถแล้ว ก็ยังเคยสร้างวีรกรรม “คร่อม” กันคาสนามแข่งจนก้นฝ่ายหญิงแดงเถือก ปัดโถ่ กระโปรงหน้ารถมันก็ร้อนซะขนาดนั้น แต่ฝ่ายชายก็แย่ใช่เล่น เพราะเจอ JIM เทอร์โบเข้าเต็มสูบ กว่าจะสลัดขาออกมาได้เล่นเอาฟ้าแทบเหลือง
       
        ความจริงทั้งไอ้หนุ่มลืมชื่อพ่อ กับอีโย่งหน้าเหลี่ยมนั้น ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้เลย เพราะพฤติกรรมของอีสาวนั้นชอบเมา แต่ไอ้หนุ่มนั้นป่วยจนกินเหล้าเกิน 2 แก้วไม่ได้ แต่จำเพาะว่าเป็นโรคจิตชอบเอาจนตัวสั่น ก็เลยกลายเป็นชายบ้ากามกับหญิงมั่วยามาเจอกัน สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
       
        ล่าสุด ที่ฮือฮากันเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง ท่าทางอีน้องหน้าเหลี่ยมอีจะเสี้ยนจัด หลังจากกระดกแก้วสลับพ่นยาไปหลายดอก ก็ดิ้นเร่าๆ ประหนึ่งว่าองค์จะลง หรืออยากให้องคชาตลง ไม่ช้าก็คว้าแขน “ไอ้หนุ่มลืมชื่อพ่อ” หายวับไปกับห้องน้ำ ปล่อยให้การ์ดสองคนทำหน้าที่ยาม ไล่ให้สาวนักเที่ยวไปเยี่ยวที่ห้องน้ำผู้ชาย
       
        เล่นเอาหลายๆ คนออกอาการงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะว่าส้วมเต็มก็ไม่ใช่ ใครมันจะมาขี้เต็มทุกโถ งานนี้ต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ว่าแล้วนักเที่ยวคนหนึ่งก็กัดฟันเดินหน้าด้านเข้าไปห้องน้ำผู้ชาย และก็ได้รู้จริงแจ่มแจ้งเอาเมื่อตอนที่ได้ยินเสียงซี้ดอ้าๆ สลับกับเสียงดังปั่กๆ
       
        เอ๋า.......นี่มันอาววววกันนี่หว่า
       
        ว่าแล้วอีสาวนักเที่ยวก็เลยตัดสินใจเดินออกมานั่งหน้าสลอนคอยจ้องอยู่หน้าห้องน้ำว่าเจ้าของเสียงซี้ดนั้นเป็นใคร เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงอีเหลี่ยมก็เดินหัวกระเซิงออกมา เล่นเอานักเที่ยวต๊กกะใจคิดไม่ถึงว่าอีจะบ้าดีเดือดขนาดนี้ แต่ที่น่าช็อกไปกว่านั้นก็คือ คนลืมชื่อพ่อ กับหนุ่มกำยำอีกสองคน ดันโผล่ออกมาด้วย!
       
        สรุปว่างานนี้อีน้องหน้าเหลี่ยมโดนรุมแทงไป 3 ต่อ 1 เกือบดับอนาถคาห้องน้ำ
       
        ก็ไม่รู้ว่างานนี้อีน้องหน้าเหลี่ยมจะโดนเวียนเทียนไปกี่ยก กว้างคูณยาวจะบานไปกี่เซนติเมตร แต่ที่แน่ๆ ต้องยอมรับว่า อีเจ๋งจริงๆ ที่สามารถหุบขาแล้วเดินออกมาหน้าตาเฉย เรียกว่า โดนไป 3 อันไม่มีสะท้าน อย่างหนาทนทานขนาดนี้ มิน่าล่ะใครๆ ถึงเรียกหล่อนว่า “อี JIM เหล็ก”
       
        ทนทั้ง “หน้า” และ “ข้างล่าง” แบบนี้มิน่าล่ะ “คนลืมชื่อพ่อ” ถึงได้หลงนักหลงหนา สงสารก็แต่คุณป้าหน้ากะเทยนั่นสิ ไม่รู้ป่านนี้จะไปนั่งดรามาอยู่ที่ไหน โดนผัวสวมเขาไม่รู้กี่ราย จากเขาควายจนจะงอกเป็นเขากวางเรนเดียร์อยู่แล้ว ก็ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่นั่นแหละ
        
        โอ๊ย...ฟังแล้วก็ปวดหัว คนโน้นก็จะเอาผัวคนอื่น คนนี้ก็ไม่ยอมปล่อยผัว ก็ไม่รู้จะแย่งอะไรกันนักกันหนา อยากจะรู้นักถ้าเป๋าไม่ตุงเป้าไม่ตึงจะมีใครหน้าไหนอ้าขาไหมเนี่ย
       
        ซ้อคนหนึ่งแหละที่ SAY NO ต่อให้มีเงินเป็นกระตั้ก หรือลีลาเด็ดสะเด่าขนาดไหน แต่ถ้าหน้ายังกะ “โดนรถสิบล้อทับ” แถมเต่าเหม็นยังกับส้วมแบบนี้ เก็บน้องสาวไว้ยัด “โอบี” ซะยังจะเพลินกว่า...
       
        ยอมเสียใจวันนี้มันยังไม่เท่าไหร่ ไอ้เรื่องร้องไห้มันขี้ปะติ๋ว แต่ถ้าติดเอดส์มาล่ะเมิงเอ๊ย! บอกได้คำเดียวว่า “ซวย

ซ้อเจ็ด แฉ กบ สุวนันท์ !

หลังจากที่มุดหัวอยู่ในรูมาเป็นเวลานาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซ้อก็มีโอกาสได้ไปส่ายถุงกาแฟชูจั๊กกะแร้สนับสนุนให้ปราบพวกโกงชาติ บรรยากาศภายในงานช่างศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ดูแล้วขนหัวลุก ...แหะๆๆๆ ก็ไม่รู้ว่าคราวนี้จะได้หอบลูกหอบผัวไปอยู่ต่างประเทศอีกหรือเปล่าเนี่ย
       
        แต่ก็เอาเหอะประเดี๋ยวเลือกตั้งใหม่ ตูก็ค่อยกลับมาลอยนวลอีก พฤติกรรมหน้าด้านแบบนี้เหมือนใครเอ่ย...กิ๊วๆๆ
       
        อาทิตย์นี้ว่าจะลากไส้ “ซินาอ้า” เพื่อชาติอีกซักดอกสองดอก แต่พอหันไปเห็นหน้า “น้องอึ๊บๆ” จอมแอ๊บแบ๊วแล้วเปลี่ยนใจ คนอะไรไม่รู้หน้าไหว้หลังหลอกสร้างภาพสุดๆ พฤติกรรมแบบนี้นอกจากจะเป็นอันตรายต่อเยาวชนของชาติแล้ว ขืนปล่อยไว้นานๆ แม่สามีแสนดีอาจจะต้องกินยาตายวันละร้อยรอบไม่เหลือใครมาเลี้ยงหลานอีกต่อไป
        
        ในฐานะที่ซ้อเองเป็นทั้งแม่ และมีทั้งผัว บวกกับความหมั่นไส้เป็นการส่วนตัว(อิอิ) ขออนุญาตคุณแม่ช่วยแฉ ‘แม่ม’ เลยนะค้า....55555555555555
       
        ในบรรดานางฟ้านางสวรรค์ทั้งหลาย “น้องอึ๊บๆ” นี่จัดว่าสตรอเบอรี่แอ๊บแบ๊วเป็นที่สุด คนอะไรไม่รู้เกิดเป็นคนแต่พฤติกรรมเหมือนจิ้งจก อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ทำเป็นเด็กดีน่ารัก อยู่ต่อหน้าผู้ชายก็กลายร่างเป็นสาวคิขุปัญญาอ่อน อยู่ต่อหน้าแฟนคลับก็สวมบทนางฟ้า เล่นละครชีวิตตอแหลได้หลายบทบาท
       
        ส่วนละครในจออย่าได้ไปพูดถึงกี่ปีกี่ชาติก็ไม่พัฒนา ดีแต่ทำปากยื่นหรือไม่ก็ปากเบ้ไปวันๆ ที่ได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะลิ้นยาวๆ ที่เลียได้เลียเอาเท่านั้นแหละ
        
        นิสัยส่วนตัวยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง นางเอกร่วมค่ายต่างโดนฤทธิ์น้องอึ๊บๆ มาแล้วทั้งนั้น อยู่ในกองชอบทำตัวกร่างเพราะถือตัวว่าเป็นคนโปรดของคุณป้าหน้าม้า ไม่ว่าจะทำอะไรคุณป้าหน้าม้าก็จะคอยดัน รับหน้าที่แม่ยก ถ้าใครทำอะไรไม่พอใจแม่ก็จะสวมบทอีเมี้ยนปากหมาปากยื่นปากยาวไปฟ้องคุณป้าหน้าม้า มีครั้งหนึ่งเคยก่อวีรกรรมใส่ไฟ “พระเอกจอมเลื้อย” กับคุณป้าหน้าม้าว่าเล่นเลิฟซีนดุดันเกินไป...จนหนูไม่คุ้น ทำเอาพระเอกยโดนคุณป้าหน้าม้าด่าซะเสียหมา และปิดท้ายด้วยการสั่งแบนไม่ให้เล่นละครอีก
        ..........
        ถึงแม้หลังๆ คุณป้าหน้าม้าจะหมดอิทธิฤทธิ์แล้ว แต่น้องอึ๊บๆ ก็ยังกร่างไม่เลิก เนื่องจากได้ “แม่ยกคนใหม่” ตระกูลใหญ่ไม่แพ้คุณป้าหน้าม้า แถมยังใหญ่สูสีตระกูลว่าที่แม่ยาย แม่ยกรายนี้ติดใจกันมาตั้งแต่น้องอึ๊บๆ สวมบทชีวิตเด็กรันทนเมื่อสมัยเป็นสาว พอรู้ว่าแม่ยกคนนี้ใหญ่เอาการ น้องอึ๊บๆ ก็ปฏิบัติการเลียแผล่บๆ ชนิดลืมคุณป้าหน้าม้าซะสนิทใจ
        
        ก่อนหน้านี้เคยเข้านอกออกในไปตอแหลที่บ้าน “หนุ่มเต่าตุ่น” แฟนสุดที่เลิฟ เพราะคุณป้าหน้าม้าสนิทสนมกับ “แม่ผัว” แต่พอคุณป้าหน้าม้าหมดบารมี คุณน้องอึ๊บๆ ก็สะบัดก้นย้วยๆ หายจ้อยไม่ไปย่างกรายหาแม่ผัวอีกเลย เชื่อแต่แม่ยกคนใหม่ ที่แย่ก็คือ คุณแม่ยกหน้าใหม่นี้เคยโทรไปวีนว่าที่คุณแม่สะใภ้ฐานกีดกันเสียด้วย...
       
        คุณแม่ก็เลยหมั่นไส้ออกมาดับเครื่องชนตู้ม...ตายคาสี่แยกอย่างที่เห็น
        
        ไอ้เรื่องนิสัยทรามจอมเชิดน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ไอ้ที่แม่สะใภ้รับไม่ได้สุดๆ เห็นจะเป็นเรื่องที่น้องอึ๊บๆ เคยสร้างตำนานอีตัวเด็ก ขนเพิ่งจะขึ้น ประจำเดือนเพิ่งจะไหล น้องอึ๊บๆ ก็ไปนอนให้ “เสี่ยสมองใส” เปิดซิงตั้งแต่อายุ 14 ได้ค่าเปิบพรหมจรรย์เป็นรถบีเอ็มหนึ่งคัน ทำเอาเมียเสี่ยสมองใสมองตาเขียว แต่จนแล้วจนรอดก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องปลงคิดว่า ได้ของแล้วเดี๋ยวน้องอึ๊บๆ คงจะเลิกจากคุณผัวตามปรกติของนางบำเรอ
        
        (อ้อ...ชื่อ น้องอึ๊บๆ ก็ได้มาเพราะ กิจกรรมของน้องเขาช่วงนี้ที่ อึ๊บ อึ๊บ อึ๊บ อึ๊บ อึ๊บ จนเป็นอาชีพนะคะ)
        
        แต่น้องอึ๊บๆ กลับติดใจในเงินทองที่หากันมาง่ายๆ อีก็เลย สำแดงความเขี้ยวออกมาไม่หยุด วันหลังอยากเปลี่ยนแม็กใหม่ก็วิ่งมาถกกระโปรงรอ กว่าจะได้ของแต่งไปครบชุดก็ล่อซะช่วงล่างแทบจะสึก
       
        เรื่องนี้แม่ผัวรู้ดีอยู่เต็มอก เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับเมียเสี่ยสมองใส ตลอดระยะเวลาที่น้องอึ๊บๆ สวมบทเมียน้อยเอาผัวเค้าไปกก เมียเสี่ยก็จะมาเล่าให้แม่ผัวฟังตลอด วันเวลาผ่านไปเป็นสิบปี ใครจะไปคิดว่าอดีตอีตัวเด็กจะกลายร่างเป็นลูกสะใภ้
       
        เจอฝันที่เป็นจริงเข้าแบบนี้ ถ้าคุณแม่เธอรับได้ก็ควรจะหาผ้าเหลืองมาห่มแล้วล่ะ(ว่ะ)
        ..........
        เพราะฉะนั้นพอเห็นหน้าน้องอึ๊บๆ ที่ไร พฤติกรรมฉาวโฉ่ในอดีตมันก็ตามมาหลอกหลอนทุกที นึกถึงสมัยก่อนที่ไปจิบชายามบ่ายกันแถวๆ สนามกอล์ฟ ก็จะเห็นน้องอึ๊บๆ มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่บนรถกอล์ฟกับเสี่ยสมองใส คอยทำหน้าที่ปรนนิบัติพัดวีกันสุดฤทธิ์
       
        ไอ้เรื่องเมียน้อยเอาใจผัวมันก็ดูเป็นเรื่องอุบาทว์ธรรมดาไม่น่ามีอะไรทุเรศไปกว่านี้แล้ว แต่ไอ้ที่แม่ผัวจำติดตาอย่างที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่เสี่ยสมองใสแกติดบุหรี่ และสถานที่ซึ่งเสี่ยแกฝากบุหรี่เอาไว้ระหว่างการตีกอล์ฟก็คือใน “ยกทรง” ของน้องอึ๊บๆ นั่นเอง
       
        ที่สำคัญบุหรี่ของเสี่ยนั้นจะให้ใครมาหยิบก็ไม่ได้ อีต้องหยิบเอง ล้วงเอง ควักเอง พออยากเมื่อไหร่ แกก็ล้วงลงไปในหน้าอกของน้องหนู หยำๆ พักหนึ่งแล้วค่อยคีบออกมา 1 ตัว
       
        ลองนึกภาพตามไปดูซิค้า...ว่าเป็นลีลาการสูบบุหรี่ที่ชวนเสียวขนาดไหน?
       
        ไอ้ที่อุบาทว์กว่านั้นก็คือ เสี่ยแกดูดบุหรี่ถี่มั่กๆ ดูดได้ 3 ปื้ดก็โยนทิ้ง กว่าจะตีครบ 18 หลุมน้องอึ๊บๆ ก็โดนล้วงโดนขยำจนแทบจะระทวยคาหลุมกอล์ฟ... ยังดีนา ที่กอล์ฟมันมีแค่ 18 หลุม เพราะถ้าขืนมีหลุมมากกว่านี้ มีหวังน้องอึ๊บๆ คงได้รูดไม้กอล์ฟคาสนามแน่
       
        เหตุนี้ก๊วนกอล์ฟของเสี่ยและน้องอึ๊บๆ ถึงเป็นก๊วนที่ขึ้นชื่อลือชาในบรรดานักธุรกิจด้วยกัน แล้วก็ดูเหมือนหนูอึ๊บๆ จะไม่ได้อายเลยกับพฤติกรรมชวนเป็นมะเร็งดังกล่าว เพราะพอรู้ว่าวันไหนจะได้ออกรอบ อีก็จะรีบดันทรงมารอ “หยำ” สุดชีวิต เลยกลายเป็นโชว์ไม่มีชาร์จให้เพื่อนๆ ได้ร่วมกระชุ่มกระชวยกันตลอด
       
        เรื่องล้วงนมน้องอึ๊บๆเพื่อดูดบุหรี่เนี่ย เป็นเรื่องเดียวที่เมียเสี่ยสมองใสรับได้ เพราะมั่นใจว่าผัวดูดบุหรี่แบบนี้ไม่ต้องกลัวเป็นมะเร็งตาย มีแต่น้องอึ๊บๆ นั่นแหละที่จะเป็นมะเร็งเต้านมเพราะโดนขยำอกทุกหลุม.. 5555555555
        ..........
        นอกจากจะไปออกรอบให้เสี่ยอสังหาล้วงนมต่อหน้าแขกเหรื่ออยู่บ่อยๆ แล้ว น้องอึ๊บๆ ยังทำหน้าที่เมียน้อยอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ว่าเสี่ยอสังหาจะไปไหน น้องอึ๊บๆ เป็นต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกแห่ง เสี่ยเหนื่อยหนูอึ๊บๆ ก็ยอมให้หนุนตักราวกับคนรักมานาน 2000 ปี น่าเสียดายที่ปาปารัซซี่เมืองไทยเกิดช้าไปหน่อย ไม่งั้นน้อง อึ๊บๆ น่าจะเป็นอันดับต้นของข่าวหน้าหนึ่งชนิดอีเถิกคูโบต้าต้องชิดซ้าย
       
        ตำนานรักระหว่างเสี่ยหัวใสกับน้องอึ๊บๆ เป็นที่ร่ำลือในวงการไฮโซสุดๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเสี่ยแกเปลี่ยนผู้หญิงบ่อย แต่ไม่มีใครอยู่ทนเท่าน้องอึ๊บๆ เพราะแกเป็น ‘โรคตัวหนอน’ ...จะสู้ก็ได้แค่ใจ จะทำอะไรก็ใช้ไม่ค่อยได้ จะมีก็แต่น้องอึ๊บๆ นี่แหละ ที่หลับหูหลับตายอมให้ตำๆๆๆ ทั้งๆ ที่ตำไม่เข้าก็ส่ายเอวให้บดไข่แทน
       
        เรื่องรู้ไปถึงหูระดับ “คนใหญ่” สุดๆ ในยุคนั้น ซึ่ง “บิ๊กจอมเบลอ” ที่ว่า แกเป็นเพื่อนของเสี่ยสมองใส ฟังเรื่องก็สงสารเลยสั่งสมุนไพรจากจีนมาให้เพื่อนลองฆ่าตัวหนอนซะ ผลก็คือคืนนั้นหนอนน้อยของเสี่ยดันกลายเป็นมังกือดุ ผงกหัววิ่งสู้ฟัดมันทั้งคืน ทำเอาน้องอึ๊บๆ ได้ขึ้นสวรรค์กะเค้าซักที เล่นเอาเสี่ยดีใจยังกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง ไปที่ไหนก็เอาน้ำใจของบิ๊กจอมเบลอร์มาประกาศทั่วว่า ท่านเป็นคนรักเพื่อนแค่ไหน!!
       
        มีวันหนึ่งทั้งบิ๊กจอมเบลอร์กับเสี่ยสมองใสมางานร่วมกันพอดี ระหว่างชนแชมเปญได้ที่ เสี่ยสมองใสก็ขอบคุณบิ๊กจอมเบลอร์อีกรอบท่ามกลางนักข่าวอยู่กันเพียบ...ย้ำว่า นักข่าวอยู่กันเพียบ
       
        เสี่ยหัวร่อเอิ้กอ้ากบอกว่า
        
        “ยาท่านดีจิงๆ ค้าบ เมื่อคืนน้องอึ๊บๆ ร้องทั้งคืนเลย” 5555555555
       
        วงมาแตกเอา เมื่อนักข่าวหน้าใหม่คนหนึ่งมาร่วมวงด้วยความงงๆ ว่า เขาขำอะไร ด้วยความสงสัยแกก็เลยถามเสี่ยกันกลางวงว่า เสี่ยคะ..เมื่อคืนที่บ้านท่านฝนตกเหรอคะ อึ๊บๆ ถึงได้ร้องทั้งคืนแบบนั้น …แป่ว!!
       
        ท่าทางศึกคราวนี้จะยังคงอีกไกล เพราะ น้องอึ๊บๆ เองก็คงไม่ยอมละมือจากเจ้าเต่าตุ่นง่ายๆ
       
        ก็แหม...คนมันอยากเป็นไฮโซนี่หว่า
       
        ส่วนเจ้าเต่าตุ่นนั้นแม้จะดูเหมือนโง่ แต่ความจริงก็ไม่โง่ เพราะที่ผ่านมาได้เป็นแก๊งค์เสื้อสูทปล้นชาติได้ก็เพราะได้คะแนนความรักจากน้องอึ๊บๆ ขืนไม่เกาะไว้มีหวังร่วงแหง
       
        ความจริงไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็ทำใจเหอะคุณแม่ขา หยวนๆ ให้เขาแต่งกันไปเป็นการทำบุญครั้งสุดท้าย ตอนรดน้ำสังข์ก็คว่ำขันเสีย คิดซะว่าทำบุญให้น้องอึ๊บๆ ได้สมใจอยากซักที
       
        เกิดชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเจอกันอีกไงคะ คุณแม่!!